{Review} Agora รูปทรงที่ไม่กลมและแบน

posted on 01 Dec 2012 17:22 by sleepless-insomniac in Movies directory Entertainment, Idea
 
(ขอขอบคุณภาพจากเว็บ MThai.com )
 
        ห่างหายจากการรีวิวหนังไปพอสมควรเลยเชียว จริงๆช่วงนี้ตกงานก็ได้ดูหนังเยอะพอสมควร (เป็นความว่างของคนตกงานที่น่าอดสูใจจริงๆ TwT) และหนึ่งในนั้นคือ Agora
        Agora หรือชื่อไทยว่า Agora มหาศึกศรัทธากุมชะตาโลก เป็นหนังที่เราซื้อแผ่นมาดองเป็นปีๆเชียว หลังจากที่อ.ที่คณะและเพื่อนๆแนะนำกันมาเหลือเกิน จนเราต้องบอกว่าหยุดสปอยล์บัดเดี๋ยวนี้ ฉันจะดูเอง
 

 
        เรื่องย่อและข้อมูลทั่วไป :

        Agora เป็นผลงานกำกับของ Alejandro Amenabar นำแสดงโดย Rachel Weisz เล่าถึงเมืองๆหนึ่งในอียิปต์ซึ่งอยู่ภายใต้ของโรมัน ช่วงศตวรรษที่ 4 คืออเล็กซานเดรีย ผ่านสายตาของนักปรัชญาสาวนามว่า 'ไฮเพเธีย' ซึ่งทำการสอนวิชาดาราศาสตร์อยู่ที่ห้องสมุดในเมืองนั้นเอง อเล็กซานเดรียเป็นเมืองที่เคยเป็นของโรมัน นับถือพหุเทวนิยม หรือลัทธิเพเกิน (Pagan) ก่อนที่จะเริ่มมีการเข้ามาของชาวยิวและชาวคริสต์ในภายหลัง
       More at IMDB...
 
(ภาพจาก guardian.co.uk )
 
        เรื่องของภาพและเทคนิคต่างๆ :

        ในเรื่องของฉาก เครื่องแต่งกาย ถือว่าทำได้สวยงามและเหมาะสมกับธีมเรื่อง โทนสีของเสื้อผ้าที่ใช้แสดงให้เห็นความแตกต่างของคนดั้งเดิมกับพวกที่มาใหม่ได้ดี อย่างน้อยเราก็พอจะแยกคริสต์กับเพเกินออก ส่วนเทคนิคพิเศษและการตัดลำดับภาพดูเรียบง่าย แต่ได้จังหวะ เทคนิคพิเศษเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวามาก เพราะหนังไม่ได้ขายความหวือหวาตรงนั้น เค้าขาย "บท"
 
 
        หนังเล่าอะไรให้ฟังบ้าง ?? :
 
(ภาพจาก limitemagazine) 

        ความน่าสนใจของหนังไม่ได้อยู่ที่พล็อตเรื่องหลัก ซึ่งเป็นเรื่องรักๆใคร่ๆของไฮเพเธีย กับนักศึกษาหนุ่มอย่าง 'ออเรสเทียส' หรือ ทาสหนุ่มอย่าง 'เดวัส' แต่อยู่ที่พัฒนาการเปลี่ยนแปลงของสังคม ศาสนาของเมืองที่ผ่านสายตาของไฮเพเธียต่างหากที่น่าสนใจ

        ถ้าลำดับตามเนื้อหาในภาพยนตร์ เราจะเห็นว่าในระยะแรก อเล็กซานเดรีย เป็นเมืองของชาวโรมันซึ่งนับถือพหุเทวนิยม เทพต่างๆ ต่อมาเริ่มมีการอพยพเข้ามาของพวกผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ เกิดการปะทะกันของสองความเชื่อ ก่อนที่การปะทะกันนั้นจะรุนแรงจนเกิดจราจล และจักรวรรดิโรมัน ซึ่งคงจะปกครองโดยจักรพรรดิคอนสแตนตินตัดสินใจยุติความขัดแย้งในครั้งนั้น โดยการยกความสำคัญของคริสต์ศาสนาขึ้นมา ทำให้การนับถือเทพแบบพหุเทวนิยมกลายเป็นพวกนอกรีต แต่มีเพียงพระเจ้าองค์เดียว มนุษย์ก็ยังคงไร้ซึ่งความสงบสุขในจิตใจ เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวยิวและชาวคริสต์จนเกิดการหลั่งเลือดอีกครั้ง ไฮเพเธียซึ่งได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ผ่านสายตาถึงสองครั้ง ถึงกับต้องตั้งคำถามว่า "พระเจ้าของท่านมอบความยุติธรรมได้จริงหรือ?" (หรืออะไรประมาณนี้แหละ) กับคณะปกครองของเมือง และจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ไฮเพเธียถูกตราหน้าว่าเ็ป็นพวกนอกรีตและเป็นแม่มด
 
(ภาพจาก libertasfilmmagazine)

        คำถามของไฮเพเธียมิได้เกิดจากความสงสัยในตัวพระเจ้าอย่างแท้จริง แต่เกิดจากความสงสัยในกระบวนการปกครองของเมืองมากกว่า จากเหตุการณ์การปะทะกันของเพเกินและคริสต์ แรกเริ่มเกิดจากการที่ผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ผู้หนึ่งบังคับเผานักบวชของเพเกินไปหนึ่งคน แม้จะไม่ถึงชีวิต แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อน ทำให้พ่อของไฮเพเธียไม่ยอมรับวิธีการแบบคริสตศาสนาและต่อต้านการนับถือคริสต์ กระนั้นไฮเพเธียก็ยังคงมีเมตตาต่อเดวัส ทาสหนุ่มซึ่งหลงรักไฮเพเธีย แต่เหนือไปกว่านั้น เดวัสก็ยังรักอิสรภาพและการยอมรับทางสังคมมากกว่า

        เมื่อทางเพเกินตัดสินใจจัดการถอนรากถอนโคนชาวคริสต์ (ซึ่งเหมือนเป็นการเอาคืนและการแบ่งแยกนั่นแหละ) จนเกิดการเข่นฆ่ากันวุ่นวาย ทางเพเกินถอยร่นมาปักหลักที่ห้องสมุด ล้อมรอบด้วยพวกชาวยิวและชาวคริสต์ภายนอก สุดท้ายทางจักรวรรดิโรมันจึงประกาศให้ทางเพเกินถอยออกจากห้องสมุด ไฮเพเธียกับลูกศิษย์จำต้องช่วยกันขนตำราซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าออกมา ก่อนที่ส่วนที่เหลือจะถูกเผาทำลายโดยชาวคริสต์ ในฐานที่เป็น "ขยะพวกนอกรีต"

         หลังจากนั้นทั้งจักรวรรดิโรมัน ไม่เว้นแม้แต่อเล็กซานเดรีย การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอื่นใดนอกจากของยิวและคริสต์ถิอว่าเป็นความผิด หลายคนจึงหันมานับถือคริสต์และได้ดิบได้ดีกันหมด เช่นออเรเทียส ซึ่งภายหลังกลายเป็นเจ้าเมืองเลยเชียว แต่แม้ว่าจะมีพระเจ้าองค์เดียว มนุษย์ก็ยังพร้อมจะหันดาบเข้าหากันเสมอ นักรบของพระเจ้า ซึ่งเป็นชาวคริสต์ได้ทำร้ายชาวยิวด้วยก้อนหิน และไม่นานชาวยิวก็เอาคืนแบบเดียวกัน เหมือนกงกรรมกงเกวียนที่ไม่สิ้นสุด หลังจากนั้นเกิดการจราจลเข่นฆ่ากวาดล้างชาวยิวทั้งเมืองอเล็กซานเดรีย ไฮเพเธียซึ่งยังไม่เข้ารีตจำภาพเหล่านั้นได้ติดตา จึงเกิดประเด็นคำุถามว่า "หากพระเจ้ามีจริง พระเจ้าเที่ยงธรรมจริงหรือ?" แต่ก็ถูกประนามว่าเป็นเพียงผู้ไร้ศรัทธา ทำไมจึงกล้าตั้งคำถามเช่นนั้น

         ไฮเพเธีย เป็นพวกนักวิชาการที่ไร้ศรัทธาจริงหรือ? ฉันนั่งคิด เพราะดูมาจนจบเรื่องยังไม่เห็นนางประกอบพิธีกรรมเลย สิ่งเดียวที่ไฮเพเธียหมกหมุ่นและยึดเหนี่ยวอยู่มีเพียง "ปรัชญา" และ "ความรู้" เท่านั้น ฉะนั้นการที่ไฮเพเธียตอบพวกคณะปกครองไปว่านางศรัทธาในปรัชญา เห็นจะจริงอย่างที่ว่า ไฮเพเธียไม่ได้มีศรัทธากับความเชื่อเพื่อให้จิตใจนางบริสุทธิ์ด้วยบทสวด แต่นางศรัทธาในความเป็นจริง (หรือการแสวงหาความจริง) ของโลกต่างหาก คิดไปคิดมาคล้าย อนัตตา ไงไม่รู้ 555 อันนี้คงเยอะไป อย่าไปคิดฟุ้งกันเลย

          ตลอดชีวิตของไฮเพเธีย เราจะเห็นนางหมกหมุ่นอยู่กับดาราศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องระบบสุริยะ เราจะเห็ยพัฒนาการในการคิดของนางตลอดเวลา ตั้งแต่ความคิดที่เชืื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล จนกระทั่งจริงๆแล้วศูนย์กลางจักรวาลคือพระอาทิตย์และโลกต่างหากที่โคจรรอบมันเป็นวงกลมซึ่งเป็นรูปทรงทางคณิตศาสตร์ที่บริสุทธิ์ แต่มันก็ยังคงมีช่องว่าง ยังคงมีข้อขัดแย้งบางประการ ถ้าเช่นนั้นทำไมบางฤดูเราเห็นดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ แต่บางฤดูก็อยู่ไกลนัก? ดวงตาเรายังคงหลอกเราอีกเหมือนคราวที่ว่าโลกโคจรเคลื่อนไหวตลอดเวลาโดยที่เราไม่เห็นการสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวนั้น

          สุดท้ายไฮเพเธียก็ได้รับคำตอบ มิใช่วงกลมดอกที่สวรรค์สรรสร้างเพื่อเป็นวิธีโคจรของระบบสุริยะ แต่เป็น "วงรี" ต่างหาก รูปทรงอันไม่บริสุทธิ์นี้เอง เป็นผลงานของสวรรค์ ผลงานของพระเจ้าที่สร้างขึ้น พระเจ้าเองยังมิสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบ แล้วมีสิ่งใดเล่าบนโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ?

          หนังเรื่องนี้เล่าปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางศาสนา ศรัทธาที่แตกต่างกันผ่านวิวาทะทางปรัชญา เป็นสองวงโคจรที่ซ้อนทับกันเหมือนระบบสุริยะ การขับเคลื่อนโคจรของปรัชญาที่ล้อไปกับการเปลี่ยนแปลงทางศาสนา สื่อให้เห็นว่าพระเจ้ามิได้สมบูรณ์แบบ และไม่ว่าศาสนาไหนๆ เมื่อเผชิญกับความงมงาย ดวงตาเราก็พร้อมที่จะหลอกล่อเราให้เชื่อในสิ่งที่มิได้เป็น บทสรุปของหนังเรื่องนี้เหมือนพยายามบอกเรากลายๆว่า ไม่ว่าจะเพเกิน ยูดาย หรือคริสต์ ไม่มีศาสนาใดในโลกที่สมบูรณ์แบบ มันอยู่ที่ดวงตาของเรา และหัวใจของเราเลือกที่จะเชื่อมั่นในสิ่งใด
 
          ดี หรือ เลว ไม่ได้อยู่ที่ศาสนา แต่อยู่ที่สิ่งที่ตนเลือกจะศรัทธาและยึดมั่น หากหัวใจเราศรัทธาและยึดมั่นในความดีงาม ความเจริญ และสติปัญญาแล้ว การกระทำของเราก็จะงอกงาม แต่หากเราเลือกจะเอาศรัทธามาบิดเบือนความจริงเมื่อไร การกระทำนั้นก็จะกลายเป็นความเสื่อมโสมมไปในที่สุด
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@hedwigpotter ลองดูเลยค่ะ ถ้าชอบหนังแนวๆนี้ มีอะไรให้คิดเยอะเลย แล้วลองมาคุยกันนะคะ confused smile

#6 By Ins0mniac on 2012-12-04 20:46

Hot! Hot! Hot!
น่าดูจังเลยค่ะ ได้ยินชื่อมานานมากแล้วแต่ไม่เคยดูซักที
เป้นรีวิวประกอบการตัดสินใจที่ดีมากเลย เราชอบดูอะไรย้อนยุคทำนองนี้ เนื้อหาก็ดูน่าสนใจด้วย

#5 By HeDw!g on 2012-12-04 19:36

Hot!  ชอบค่ะ

#4 By venusnight on 2012-12-03 22:40

เย่ๆๆๆ ดีใจด้วย
สู้สู้
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#3 By Nirankas on 2012-12-03 06:50

@nirankas จริงๆก็ได้แล้วล่ะค่ะ แต่เริ่มงานกลางเดือนนี้ ขอบคุณมากๆจ้า confused smile

#2 By Ins0mniac on 2012-12-03 00:45

ขอให้ได้งานไวๆ
big smile Hot!

#1 By Nirankas on 2012-12-02 18:20