5 สาเหตุที่ไม่อยากเข้าวัด

posted on 02 Oct 2012 18:44 by sleepless-insomniac in Diary directory Lifestyle, Diary, Idea
 
ไม่ได้แวะเข้ามาบ่นซะนาน ขอบ่นทีเหอะ
 
สืบเนื่องมาจากว่าเจ้าของบล็อกเพิ่งเรียนจบและไปทำงานต่างจังหวัดมาสักระยะ
 
(เผอิญประเภทงานที่ทำมันต้องลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ)
 
พอได้กลับมาอยู่บ้าน ก็แบบว่านิ่งอยู่กับบ้าน ไม่ออกไปไหน
 
ส่วนคุณแม่ท่านก็ฟิตออกไปทำบุญช่วงนี้พอดี ลงทุนออกไปต่างจังหวัด
 
ดูดวง ดูหมอ ดูอะไรไปเรื่อย (เกี่ยวกับพุทธศาสนาตรงไหนกันฟร่ะ?)
 
พอเจ้าของบล็อกทำเฉยๆ ตอนแม่ท่านโทรมา ก็ถึงกับเอ็ดว่า...
 
"ทำไมเอ็งไม่รู้จักเข้าวัดเข้าวาอะไรซะบ้างเลย?!"
 
แรกๆเจ้าของบล็อกก็งิ้ดไปสักพัก แบบว่า เออ ผิดมากไหมที่ไม่เข้าวัด
 
จนกระทั่งมาคิดอีกทีๆ ก็ได้เหตุผลมาประมาณนี้...
 
 
1. คนสมัยนี้ติดวัตถุนิยมมากไป
 
ฟังดูเป็นเหตุผลที่อินดี้อยู่และบางคนงงนะว่าแม่งเกี่ยวข้องกันยังไง
 
เอางี้ ถ้าถามคนสมัยนี้เล่นๆว่าไปเข้าวัดทำไม ร้อยละ 70 ตอบว่า "ไปทำบุญ"
 
และคงมีเพียงอีกร้อยละ 30 เท่านั้นล่ะที่จะตอบว่า "เพื่อฟังธรรม"
 
คำตอบยอดฮิตเพื่อทำบุญนี่ ฟังเหมือนดูดี แต่เอาจริงๆ เหมือนเป็นการใช้เงินซื้อบุญมากกว่า
 
เพราะแต่ละคนที่เข้าไปทำบุญนี่ มีผลประโยชน์ในใจกันทั้งนั้น เช่น...
 
"กูจะเอาเลขเด็ด"  "กูอยากเกิดมาสวย"
 
"กูอยากสอบติด"  "กูอยากรวยเป็นเศรษฐีพันล้าน"
 
.......................
 
และคิดว่าการมาทำบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นหนทางที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายอย่างงมงาย
 
โดยที่ลืมคิดไปว่า "มึงอยากสอบติด แต่มึงไม่อ่านหนังสือ พระเจ้าก็ช่่วยมึงไม่ได้หรอกนะ"
 
และถ้า "มึงมาทำบุญเพราะอยากสวย มึงก็เข้าขั้นยึดติดแล้ว เพราะศาสนาไม่ได้สอนให้ยึดติกับรูปกาย"
 
และยิ่ง "ถ้าอยากรวย แล้วมาบนบานเช่นนี้ ต่อให้ทำไปสิบชาติก็ไม่รวยหรอก เข้าขั้นยึดติดเหมือนกัน"
 
ทางที่ดี ควรเริ่มต้นจากการลุกขึ้นมาพยายามทำอะไรด้วยตนเองก่อนดีมั้ย
 

 
2. เพราะคนเรางมงายมากเกินไป
 
คนสมัยนี้งมงายมากเกินไป ปากอ้างว่าเป็นชาวพุทธ แต่กลับเลือกใช้วิธีการของการถือผี
 
การร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยที่ไม่ยอมรับว่านั่นน่ะ มันความเชื่อแบบผีชัดๆ
 
อันนั้นเข้าใจ เพราะมันเกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม
 
แต่ที่รับไม่ได้คือ "ศาสนาพุทธมิได้สอนให้งมงายกับวัตถุ"
 
แต่คนสมัยนี้ "บูชาพระพุทธรูปเหนือกว่าคำสอนจากพระพุทธเจ้า"
 
แต่เดิมศาสนาพุทธมิได้มีการสร้างรูปเคารพขึ้นมา เพราะเน้นไปที่ตัวหลักธรรมมากที่สุด
 
การสร้างพระพุทธรูปเป็นอะไรที่เกิดมาในยุคหลัง และกระทำในลักษณะของอนุสรณ์ไว้ให้นึกถึงพระพุทธองค์
 
เมื่อนึกถึงพระุพุทธองค์แล้ว ก็จงระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ในเรื่องธรรมต่างๆ
 
กลับกันในสมัยนี้เราเลือกจะกราบไหว้ แต่หลงลืมเรื่องของทางธรรม
 
การทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างกับการกราบไหว้ต้นไม้ใบหญ้า ไม่มีผลให้จิตใจสูงส่งขึ้นแต่อย่างไร
 
 
 
3. เพราะเดี๋ยวนี้มีวัดเชิงพาณิชย์มากเกินไป
 
สืบเนื่องมาจากสองข้อบท มันทำให้เกิดวัดแบบนี้มากขึ้น มากขึ้น
 
อันนี้ไม่ได้แหลขึ้นมาเองนะ ดูจากวัดที่บ้านตัวเองเลย เข้าไปทีนี่มาเป็นแพ๊คเกจ
 
"ทำบุญ 100 บาท ท่านจะได้รับหลวงพ่อ xxx รุ่น xxx" คือแบบว่าการทำบุญมันเรียกร้องกันได้ด้วยเรอะ
 
ว่าฉันต้องใส่เท่าไหร่ จริงๆแล้วตามหลักพุทธศาสนาเลย การทำบุญ เค้าให้ทำด้วยใจ
 
ใจอยากให้เท่าไร ก็ให้ มีกำลังจะให้เ่ท่าไร ก็ให้เท่านั้น ไม่ต้องถึงกับขายบ้าน ขายรถมาทำบุญ
 
ทำให้รู้สึกว่า "นี่กูมาวัด หรือมาซูเปอร์มาเก็ต เพื่อช้อปปิ้งซื้อบุญกันแน่วะ?"
 
อารมณ์เหมือนแบบเป็นการพรีเซ้นต์สินค้ากันซึ่งๆหน้า ฟังแล้วรู้สึกศรัทธาหายหด
 
 
 
4. เพราะเมื่อวัดกลายเป็นวัดเชิงพาณิชย์ วัดจะเริ่มอึกทึก
 
ตัวอย่างจากวัดในชุมชน แต่เดิมเงียบมาก วัดนี้อาจจะมีชื่อเรื่องพระประธานอยู่บ้าง
 
แต่ก็ยังมีคนรู้จักน้อย เวลาเข้าไปในเขตวิสุงคามสีมาแล้วรู้สึกร่มเย็น เงียบสงบ
 
บางครั้งเจ้าของบล็อกไปทำบุญกับครอบครัว ก็มีแอบนั่งแช่ดูดดื่มความสงัดเงียบนั่นอยู่บ้าง
 
แต่เดี๋ยวนี้เมื่อมีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามา วัดเริ่มมีคนเข้ามาเยอะขึ้น บางทีมีรถทัวร์เข้ามาเลยเชียว
 
เมื่อมีคนมาก เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว วัดก็เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แบบในข้อที่แล้ว
 
คือเริ่มจัดแพ๊คเกจทำบุญ เริ่มโหมโฆษณาเรื่องการทำทาน คือมันอาจจะไม่เท่าธรรมกาย
 
แต่ทว่าเมื่อมีการโปรโมต คนก็จะแห่กันมาราวกับน้ำไหล ทำให้เกิดเสียง
 
เสียงนั้นมีทั้งจากผู้คนมากมายที่เข้ามา และทั้งจากเครื่องเสียงของทางวัด
 
ไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟนของโฆษก ของคนรับฝากรองเท้า ของส่วนให้เช่าพระเครื่อง
 
คือมันหาความสงบไม่ได้ แล้วจะมีสมาธิในการสวดมนต์ได้อย่างไร
 

 
5. เพราะคิดว่าศรัทธาอยู่ที่ตัวคน มิใช่ที่เขตวิสุงคามสีมา
 
ศาสนาพุทธสอนให้เรารู้จักปฏิบัติธรรม เพราะธรรมะ ก่อให้เกิดสติปัญญา
 
ฉะนั้นการปฏิบัติธรรม ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัด แค่ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำที่ห้องพระที่บ้านก็ได้
 
เจ้าของบล็อกถือว่าการเข้าวัดเพื่อทำทานนั้น กระทำเมื่อถึงวาระสำคัญๆ หรือเมื่อ "มีใจอยากจะไป"
 
ถ้าคนไม่มีใจจะไป ไม่มีศรัทธาอย่างแท้จริงจะทำบุญ ก็เหมือนไม่ได้ทำนั่นแหละ
 
ถ้าแค่จะทำบุญ ทำทาน ไม่ต้องไปไหนไกลหรอก ขอทานข้างถนน ให้แค่บาทเดียว ก็ได้ทำบุญแล้ว
 
ถ้าหนึ่งบาทนั้น คุณตั้งใจจะให้ด้วยใจบริสุทธิ์และไม่ได้หวังผลตอบแทน
 
หรือแค่การแสดงน้ำใจบนรถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน โดยการแบ่งปันที่นั่งให้คนแก่
 
คุณก็ได้รับผลแห่งความดีที่คุณมีน้ำใจ แถมยังเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมด้วย
 
เพราะงั้นการทำบุญไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำที่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำด้วยใจรึเปล่านั่นเอง
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สาเหตุที่คนไม่เข้าวัด ๕ ประการ
๑. ประมาท
๒.ฉลาดกว่าพระเทศน์
๓.เศรษฐกิจไม่อำนวย
๔.สังขารไม่ช่วย
๕.พระบอกหวยไม่ถูก

#23 By พระครูปลัดวันชัย อติภทฺโท (118.174.181.237|118.174.181.237) on 2015-07-14 23:45

#22 By (103.39.49.74|148.251.91.38, 103.39.49.74) on 2015-05-08 11:36

เอ่อที่ท่านพูดมาก็จริงครับ ขอยอมรับ
แต่เคยมีพระท่านหนึ่ง เค้าบอกไว้ว่า ติดวัตถุมงคลดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล  (คิดดูครับจริงไหม)
สมมุติถึงจะติดพระเครื่องก็ตาม แต่จิตเค้าก่อนตายนึกถึงพระ ไปสวรรค์ครับ
แล้วการให้ทานนี่ ยังไงก็รวยอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่จุดสําคัญ การให้ทานนี่คือการตัดความโลภความเห็นแก่ตัว แล้วก็การให้ทานนี่สมมุติให้เป็นสังฆทานมีอานิสงค์มาก ให้กับสัตว์เดรัจฉาน100ครั้งเท่ากับคนไม่มีศีลนะครับ แต่ถ้าจะดีอย่าเลือกที่รักมักที่ชังแบบนี้ถึงจะดีครับ ยังไงก็ระวังนะครับสมมุติจขกท คิดไม่ดี กับพระ จะเป็นปรามาสพระรัตนตรัย  ซวยนักนะครับ

#21 By Bon (::|188.176.90.25) on 2012-10-28 05:43

เห็นด้วย เราแทบไม่อยากไปวัดเลย เพราะเดินผ่านข้างวัดก็ยังโดนเณรแซว น่าเบื่อ นี่เหรอเณร  เรานับถือแต่แก่นพุทธ  อย่างอื่นไม่สน

#20 By gin-fu on 2012-10-13 20:07

Hot! ไม่กล้าเขียนเรื่องนี้เหมือนกันครับ
แต่นี่คือความจริงเลยนะ สมัยนี้ไม่ได้ไปเพื่อทำให้ใจเป็นสุข กลับทุกข์มากขึ้นเพราะอยากได้ อยากมี อยากเป็น
วัดเชิงพานิชณ์เดี๋ยวนี้เยอะค่ะ

#18 By KANYA on 2012-10-08 06:07

Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยมากๆค่ะ เมื่อตอนเข้าพรรษาที่ผ่านมานี่เองที่เราไปเข้าวัดสองวัด แล้วก็รู้สึกถึงความแตกต่างกันมาก...วัดหนึ่งขายตั้งแต่เชิงเทียน ดอกบัว ยันทุกอย่างมีราคาของมันเอง ขณะที่อีกวัดจะเอาเทียนไปเอง หรือจะเอาเทียนที่วัดก็ทำบุญกันแล้วแต่ศรัทธาก็ได้ หรือจะเปรี้ยวอยากเดินพนมมือไปสวดมนตร์ไปเฉยๆก็ได้ ฮา

พ่อเราก็เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยเข้าวัด เพราะถือว่าจะทำบุญ ทำที่ไหนก็ได้ไม่ต้องรอฤกษ์ แค่ตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรก็ง่ายๆ หรือง่ายกว่านั้นก็คือหันไปช่วยคนอื่นเราก็ได้บุญแล้ว ^^

#17 By styxx on 2012-10-07 10:00

ผมเป็นคนนึงที่ชอบไปวัด โชคดีที่ใกล้ๆมหาลัยมีวัดดังๆอยู่ หลายคนชอบมองว่าเป็นเรื่องงมงาย
ผมว่าไม่ต้องรอให้แก่ก็ไปได้นะ วัดเนี้ยยHot! Hot!

#16 By lastraindrop on 2012-10-04 18:37

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By Na~mo on 2012-10-04 11:20

ไม่ได้เข้าวัดนานแล้วแฮะ
รู้สึกเหมือนเราไม่ได้เป็นชาวพุทธที่ดีเลยอะ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#14 By Nirankas on 2012-10-04 07:55

เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจ

#13 By mahaoath on 2012-10-03 22:21

เคยไปทำบุญที่วัดจีนชื่อดัง จะซื้อดอกไม้ธูปเทียนมาถวาย ขายชุดละ 20 แต่ว่าไม่มีทอนนะจ๊ะ
เลยไหว้เปล่าด้วยใจก็พอ มาบังคับกันขนาดนี้ถ้าจ่ายไปก็ได้กุศลแรงเนอะ

#12 By tapum on 2012-10-03 21:21

Hot! Hot! Hot! Hot!
คิดโคตรจะเหมือนกัน

#11 By keaaaa on 2012-10-03 20:12

ตรงตามนั้นทุกข้อเลยค่ะ Hot! Hot! Hot!
ผลพวงจากทั้งหมดนั้น ทำให้เราเริ่มสับสนว่าสรุปแล้วพุทธคืออะไร
แทบจะคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มีศาสนา
ก็ไปบ่นๆๆกะพี่อีกคน ว่ามันอะไรก๊านนน
พี่บอกที่แกบ่นมาอ่ะ แกก็เป็นพุทธแล้วล่ะ
งั้นชั้นเป็นพุทธอยู่กับบ้านแบบของชั้นแล้วกัน 555

#10 By S3P on 2012-10-03 16:53

ถูกต้องเลย
เพราะเป็นแบบนี้เลยทำให้รู้สึกไม่อยากเข้าวัด
พอเข้าไปแล้วใจไม่เป็นสุข
นึกไปว่านี่ใช่สิ่งที่ชาวพุทธควรทำแน่เหรอ

#9 By Ruri (103.7.57.18|58.9.25.5) on 2012-10-03 16:26

เห็นด้วยทุกประการค่ะ open-mounthed smile

#8 By hobbyburn on 2012-10-03 16:14

Hot! Hot! Hot!
ส่วนตัวคิดว่า ถ้าจะไปแล้วไม่เป็นสุข อย่าไปดีกว่าจ้ะ

#7 By aaax on 2012-10-03 16:11

เห็นด้วยกับบทความนี้มากๆ เลยค่ะ จริงๆ แล้วการเข้าวัดเหมือนจะเป็นการโน้มน้าวจิตใจให้เราทำบุญ ได้ระลึกถึงศีล ได้ทำสมาธิ แต่เดี๋ยวนี้หาวัดในเมืองที่จะทำให้ใจสงบได้บุญอย่างนั้นได้ยากขึ้นมาก ในต่างจังหวัดคงจะหาได้ง่ายกว่า
ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ใจค่ะ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนถ้าใจเราเป็นกุศล ก็่น่าจะถือว่าได้บุญแล้วเนอะ big smile การเข้าวัดถึงแม้ว่าจะเป็นวัดเชิงพาณิชย์ แต่ถ้าอย่างน้อยยังทำให้คนได้ระลึกถึงศีล ถึงธรรมขึ้นมาบ้าง ก็นับว่ายังเป็นกุศลนะคะ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ในเมื่อศาสนาคงไม่สามารถทำให้ทุกคนปล่อยวางได้ทุกสิ่ง ทุกคนแล้วล่ะก็ แค่การทำให้คนได้ระลึกถึงสิ่งดีงามบ้างก็น่าจะโอเคแล้วอะค่ะ sad smile
เขียนดีมากครับ เรียบเรียงความคิดได้ดี

#5 By ไอ้ฟัก มีพลีส (103.7.57.18|58.8.108.141) on 2012-10-03 14:31

อยากเขียนเรื่องนี้ แต่กลัวโดนโจมตีอะนะ

#4 By วิหคสีคราม on 2012-10-03 14:27

เ็ห็นด้วยกับจขบ.ในทุกเรื่อง

แต่ส่วนตัวเราเองนี่อาจจะก้าวไปไกลกว่านั้นหน่อยคือตัดสินใจเลยว่าถ้าพุทธยังเป็นแบบนี้ (บอกปาวๆว่าไม่วัตถุนิยมแต่ไหว้พระพุทธรูปที่เป็นวัตถุเพียงแต่ทำรูปให้เหมือนที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้า, บ้าเครื่องรางไม่ลืมหูลืมตา และวัดเชิงพานิชย์) เราไม่นับตัวว่าเป็นพุทธ ยอมเป็นคนไม่มีศาสนา(แค่ไม่นับตัวว่านับถือศาสนาใดเป็นพิเศษแต่ยังปฏิบัติตามศีลธรรมพื้นๆอย่างศีล 5 อยู่)แต่อย่างน้อยก็ไม่บิดเบือนแล้วอ้างตัวว่าเป็นดีกว่า

#3 By Dark De is Saixmedrik on 2012-10-03 13:58

วัดดังๆ ล้วนเป็นพุทธพาณิชย์ บ้างก็ให้ดีลกับหมอดูดัง บอกว่ามีของขลัง เทียบกับวัดต่างจังหวัด เล็กๆ แล้วรู้สึกว่า "ศูนย์กลางของชุมชน" หลงเหลืออยู่แค่ต่างจังหวัดเท่านั้น

#2 By เมพหมี shakri on 2012-10-03 10:55

ยังมีอีกหลายวัดมาก ที่สงบและร่มเย็น... big smile

#1 By ดาว... รัตติกาล (103.7.57.18|115.67.134.27) on 2012-10-02 22:34